กิจกรรมดนตรีและศิลปะเพื่อนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ (Learning Disability)

โครงการ Musical Remedy คือ กิจกรรมจิตอาสาเพื่อบำบัดนักเรียนผ่านการวาดรูปและฟังเพลง และเป็นงานสํารวจเพื่อเปรียบเทียบดนตรี 3 ประเภทต่อการเพิ่มสมาธิของนักเรียนในขณะวาดรูปหรือทํากิจกรรมที่ต้องใช้เวลามากกว่า 30 นาทีขึ้นไป โดยข้อมูลจากงานสํารวจถูกนําไปเผยแพร่ตามเว็บไซต์ และบทความบนอินเทอร์เน็ต เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลสําหรับนักเรียนรวมถึงผู้ดูแลนักเรียน LD

สื่อดนตรีเพื่อกิจกรรม

กลุ่มดนตรีที่ใช้เปรียบเทียบในงานสํารวจคือ คือกลุ่มควบคุมเชิงลบ หรือการให้นักเรียนวาดรูปโดยไม่มีเสียงเพลง และกลุ่มตัวแปรอิสระ ได้แก่

  1. ดนตรีบรรเลง โดยดนตรีบรรเลงมีจังหวะที่ช้า (0-100 BPM) ไม่มีเนื้อร้อง และมีเสียงที่ค่อนข้างเบา
  2. ดนตรีคลาสสิค ดนตรีคลาสสิกมีทั้งเพลงที่จังหวะช้าและเร็วคละกัน (100-150 BPM) ไม่มีเนื้อร้องเช่นกัน แต่มีเพลงที่ค่อนข้างดัง 
  3. และดนตรีป๊อป โดยดนตรีป๊อปมีจังหวะที่เร็ว (120-200 BPM) มีเนื้อร้อง และมีเสียงดังที่สุดในบรรดา 3 กลุ่ม

สื่อดนตรีทั้งหมดนั้นผลิตขึ้นโดยกลุ่มอาสาสมัคร Music Remedy ที่ประกอบไปด้วยนักเรียนทั้งหมด 15 คน สื่อดนตรีทั้งหมดถูกเผยแพร่บน YouTube และ Instagram ของโครงงาน Musical Remedy

นักเรียนที่มูลนิธิได้เข้าร่วมกิจกรรมวาดรูปและระบายสีเป็นเวลา 30 ถึง 40 นาที ทั้งหมด 4 ครั้ง ในแต่ละครั้งได้เปิดดนตรีที่ต่างกันไป และทําวัดผลจากพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของนักเรียน

การวัดผล 

ทีม Musical Remedy ได้เก็บข้อมูลทั้ง 2 แบบคือข้อมูลเชิงคุณภาพและข้อมูลเชิงประมาณ ข้อมูลเชิงคุณภาพ คือการตีความอารมณ์ของนักเรียนจากรูปวาด โดยรูปทั้งหมดถูกตีความโดย ผศ.ดร.ก.บ.ศุภลักษณ์ เข็มทอง ส่วนข้อมูลเชิงประมาณสามารถบันทึกผลเป็นจํานวนได้ โดยทีม Musical Remedy จับเวลาที่นักเรียนนั่งวาดรูป และจำนวนครั้งที่นักเรียนลุกออกจากเก้าอี้เพื่อไปสนทนากับเพื่อน หรือไปทํากิจกรรมอื่น

ผลลัพธ์จากกิจกรรม

จากกลุ่มควบคุมเชิงลบ นักเรียนทั้งหมดร่วมทํากิจกรรมจนเสร็จสมบูรณ์ แต่นักเรียน 60% ลุกออกจากเก้าอี้เพื่อไปทํากิจกรรมอื่น เวลาที่นักเรียนมีสมาธิอยู่กับการวาดรูปแตกต่างกันไป โดยมีตั้งแต่ 20 นาที ถึง 40 นาที ในการแปลผล เราจะเปรียบเทียบช่วงสมาธิของนักเรียนคนเดียวกันในกลุ่มควบคุมกับกลุ่มตัวแปรอิสระ ส่วนอารมณ์ที่นักเรียนสื่อออกมาจากภาพนั้น เป็นอารมณ์เชิงบวกแค่คนเดียว และอีก 4 คนเป็นอารมณ์เชิงลบ

จากกิจกรรมศิลปะที่ใช้ดนตรีบรรเลงประกอบ นักเรียน 80% มีสมาธิกับงานมากขึ้นถึง 10-15 นาที และ อารมณ์ที่สื่อออกมาจากภาพนั้น เป็นอารมณ์เชิงบวกถึง 3 คน ซึ่งเพิ่มขึ้นมาจากกลุ่มควบคุม 2 คน ส่วนกิจกรรมวาดรูปที่ใช้เพลงคลาสสิคประกอบ นักเรียน 80% มีสมาธิกับงานมากขึ้น แต่เวลาขึ้นเพียง 5-10 นาที อารมณ์ที่สื่อออกมาจากภาพนั้น เป็นอารมณ์เชิงบวก 2 คน ซึ่งเพิ่มขึ้นมาจากกลุ่มควบคุมแต่น้อยกว่าตอนที่ได้ฟังเพลงบรรเลง ในกิจกรรมครั้งสุดท้าย เราได้นําดนตรีป็อปไปประกอบการทํากิจกรรม ผลออกมาว่านักเรียน 40% มีสมาธิกับงานน้อยลง 5-10 นาที และอารมณ์ที่สื่อออกมาจากภาพนั้น เป็นอารมณ์เชิงลบทั้งหมด ซึ่งน้อยกว่ากลุ่มควบคุม

สรุป

เมื่อได้รวบรวมผลจากงานสํารวจ สรุปได้ว่าดนตรีที่แนะนำให้กับเด็กนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้คือดนตรีบรรเลงเพราะนักเรียนมีสมาธิเพิ่มขึ้น 10-15 นาที ซึ่งเป็นจํานวนเวลาที่มากที่สุดเมื่อเทียบกับกลุ่มทดลองทั้งหมด 3 กลุ่ม และนักเรียนมีสมาธิเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุมเชิงลบ โดยทีม Musical Remedy มีเป้าหมายว่าจะนำการค้นพบใหม่นี้ไปช่วยเหลือนักเรียนในมูลนิธิอื่นๆของประเทศไทยที่มีปัญหาทางการเรียนรู้หรือสมาธิเช่นเดียวกัน

ผู้อนุเคราะห์โครงการ

โครงการ Musical Remedy ได้รับการอนุเคราะห์จาก ผศ.ดร.ก.บ.ศุภลักษณ์ เข็มทอง อาจารย์นักกิจกรรมบำบัด คณะกายภาพบำบัด ม.มหิดล ในการแปลผลรูปวาดจากกิจกรรมดนตรีและศิลปะ

ผู้ก่อตั้งโครงการ

โครงการ Musical Remedy ถูกก่อตั้งขึ้นโดย นางสาว นันท์นภัส สุวรรณกุล และ นาย กฤติน หิรัณชูพงศ์ ทั้งคู่มีความสามารถและประสบการณ์ทางด้านดนตรีมามากกว่า 10 ปี และเป็นนักดนตรีในวงดุริยางค์ของโรงเรียนร่วมฤดีวิเทศศึกษามากว่า 5 ปี นางสาว นันท์นภัส ได้สอบเทียบระดับ เกรด 6 และทฤษฎีดนตรีในหลักสูตร Associated Board of Royal Schools of Music (ABRSM) นาย กฤติน หิรัณชูพงศ์ได้สอบเทียบระดับเกรด 8 และทฤษฎีดนตรีในหลักสูตร ABRSM เช่นกัน นอกเหนือจากนั้นยังได้รับเกีตรนิยมในระดับ Associateship Diploma from Trinity College London (ATCL) ในปี พ.ศ. 2562 ทั้งคู่มีความตั้งใจนําความสามารถ และประสบการณ์ทางด้านดนตรีมาช่วยผ่อนคลายความเครียดของผู้รับสื่อจากโครงการ

For more information about Musical Remedy: https://www.youtube.com/channel/UCoXFy8RRxf5T1pdliaOf21A

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น